สรุปครบจบเรื่องการนับคะแนนบาสเกตบอล! บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่พื้นฐานว่าคะแนนที่ได้จากการยิงลูกโทษแต่ละลูกมีค่ากี่คะแนน จังหวะไหนบ้างถึงจะได้ยิง ต่างจากการยิง 2 หรือ 3 คะแนนยังไง
พร้อมกติกาน่ารู้และสถิติที่บอกว่าทำไม ลูกโทษแค่ลูกละ 1 คะแนน ถึงตัดสินผลแพ้-ชนะได้ ไม่ว่าจะมือใหม่เพิ่งเริ่มดู หรือผู้เล่นที่อยากเป๊ะเรื่องกติกา บทความนี้มีคำตอบ!
การชู้ตลูกโทษ (Free Throw) คืออะไร
การชูตลูกโทษ หรือ Free Throw คือการยิงประตูโดยไม่มีฝ่ายตรงข้ามป้องกัน ซึ่งกรรมการมอบให้เป็นการลงโทษทีมที่ทำฟาวล์ ผู้เล่นที่ได้สิทธิ์จะยืนหลังเส้นลูกโทษและยิงในขณะที่เกมหยุดนาฬิกาไว้ จึงเป็นการยิงเพียงจังหวะเดียวในบาสเกตบอลที่ผู้ยิงมีเวลาตั้งสมาธิเต็มที่
ตำแหน่งเส้นชู้ตลูกโทษ
เส้นลูกโทษอยู่ห่างจากขอบในของเส้นหลัง (baseline) ประมาณ 5.80 เมตร และห่างจากแนวหน้าห่วงประมาณ 4.60 เมตร (15 ฟุต) ระยะนี้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งใน FIBA และ NBA ทำให้สถิติการยิงลูกโทษของผู้เล่นจากลีกต่าง ๆ นำมาเทียบกันได้โดยตรง

อ้างอิง: Revolution Basketball Training
คะแนนที่ได้จากการยิงลูกโทษแต่ละลูกมีค่ากี่คะแนน
การชูตลูกโทษที่ยิงลงห่วง 1 ครั้ง มีค่าเท่ากับ 1 คะแนน ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันตามกติกา FIBA, NBA, ระดับมหาวิทยาลัย หรือบาสเกตบอลระดับโรงเรียน ค่าคะแนนนี้ไม่เปลี่ยนแปลง
สิ่งที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์คือ จำนวนครั้งที่ได้ยิง ไม่ใช่ค่าคะแนนต่อครั้ง ดังนั้นเมื่อได้ยิงลูกโทษ 2 ครั้งและลงทั้งคู่ ทีมจะได้ 2 คะแนน ถ้าได้ยิง 3 ครั้งและลงทั้งหมด ก็ได้ 3 คะแนน การเข้าใจหลักง่าย ๆ ข้อนี้จะช่วยให้คิดคะแนนตามได้ทันทีขณะดูเกม
กรณีใดบ้างที่ผู้เล่นจะได้ชูตลูกโทษ
ลูกโทษไม่ได้เกิดจากการฟาวล์ทุกครั้ง แต่เกิดใน 4 กลุ่มสถานการณ์หลัก ดังนี้
ถูกฟาวล์ขณะกำลังยิงประตู
กรณีนี้พบบ่อยที่สุด และจำนวนลูกโทษจะอิงตามค่าของการยิงที่ถูกขัดขวาง
- ถูกฟาวล์ขณะยิงในเขต 2 คะแนน และลูกไม่ลง ได้ยิงลูกโทษ 2 ครั้ง
- ถูกฟาวล์ขณะยิงนอกเส้น 3 คะแนน และลูกไม่ลง ได้ยิงลูกโทษ 3 ครั้ง
- ถูกฟาวล์แต่ลูกลงห่วง ได้คะแนนจากการยิงนั้น บวกลูกโทษเพิ่มอีก 1 ครั้ง ซึ่งคือจังหวะที่นิยมเรียกกันว่า “and-one”
ทีมทำฟาวล์ครบโควตาในควอเตอร์ (Bonus)
ทั้ง FIBA และ NBA กำหนดไว้ตรงกันว่า เมื่อทีมหนึ่งทำฟาวล์ครบ 4 ครั้งในควอเตอร์เดียว ฟาวล์ครั้งที่ 5 เป็นต้นไปจะเข้าสู่สถานะโบนัส หมายความว่าแม้จะเป็นการฟาวล์ผู้เล่นที่ไม่ได้กำลังยิงประตู ฝ่ายตรงข้ามก็จะได้ยิงลูกโทษ 2 ครั้งทันที นี่คือเหตุผลที่ทีมต้องระวังการฟาวล์สะสมช่วงต้นควอเตอร์
ฟาวล์เทคนิค (Technical Foul)
ฟาวล์เทคนิคคือการทำผิดที่ไม่เกี่ยวกับการปะทะ เช่น การประท้วงกรรมการหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสม โทษคือให้ฝ่ายตรงข้ามยิงลูกโทษ 1 ครั้ง แล้วเล่นต่อด้วยการส่งบอลเข้าเล่น

อ้างอิง: meephorn
ฟาวล์รุนแรงหรือฟาวล์เจตนาหยุดเกม
เดิมกติกา FIBA เรียกกรณีนี้ว่าฟาวล์ผิดวิสัยนักกีฬา (Unsportsmanlike Foul) ซึ่งให้ลูกโทษ 2 ครั้งเมื่อไม่ได้อยู่ในจังหวะยิง พร้อมได้ครองบอลต่อ
อย่างไรก็ตาม FIBA ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงกติกาชุดใหม่ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยยกเลิกฟาวล์ผิดวิสัยนักกีฬา แล้วแยกออกเป็นสองประเภทคือ Disruptive Foul (ฟาวล์ที่ขัดจังหวะการเล่น) และ Flagrant Foul (ฟาวล์รุนแรงผิดวิสัย)
จุดที่น่าสนใจสำหรับคนดูคือ บทลงโทษด้านลูกโทษของทั้งสองประเภทยังเหมือนกัน คือ 2 ครั้งเมื่อไม่ได้อยู่ในจังหวะยิง, ได้ประตูบวกลูกโทษ 1 ครั้งเมื่อยิงลง และ 2 หรือ 3 ครั้งตามค่าการยิงเมื่อยิงไม่ลง จากนั้นได้ส่งบอลเข้าเล่นต่อ ความต่างหลักอยู่ที่การนับโทษไปสู่การถูกไล่ออกจากการแข่งขัน ไม่ใช่จำนวนคะแนนที่ได้
วิธีคิดคะแนนจากการยิงลูกโทษในสถานการณ์ต่างๆ
เมื่อรู้แล้วว่าแต่ละครั้งมีค่า 1 คะแนน วิธีคิดจึงเหลือเพียงการนับว่ายิงลงกี่ครั้ง ลองดูตัวอย่างที่เจอบ่อยในสนามจริง
ตัวอย่างการคำนวณทีละสถานการณ์
- ยิง 2 คะแนนไม่ลงแล้วถูกฟาวล์: ได้ยิงลูกโทษ 2 ครั้ง ลง 2 = 2 คะแนน, ลง 1 = 1 คะแนน, ไม่ลงเลย = 0 คะแนน
- ยิง 3 คะแนนไม่ลงแล้วถูกฟาวล์: ได้ยิงลูกโทษ 3 ครั้ง สูงสุด 3 คะแนน
- ยิง 2 คะแนนลงห่วงพร้อมถูกฟาวล์ (and-one): ได้ 2 คะแนนจากการยิง บวกลูกโทษ 1 ครั้ง รวมสูงสุด 3 คะแนน
- ยิง 3 คะแนนลงห่วงพร้อมถูกฟาวล์: ได้ 3 คะแนน บวกลูกโทษ 1 ครั้ง รวมสูงสุด 4 คะแนน ซึ่งเป็นจังหวะทำคะแนนสูงสุดที่เกิดขึ้นได้ในครอบครองบอลเดียว
- ถูกฟาวล์ในสถานะโบนัสโดยไม่ได้กำลังยิง: ได้ยิงลูกโทษ 2 ครั้ง รวมสูงสุด 2 คะแนน
- ฝ่ายตรงข้ามโดนฟาวล์เทคนิค: ได้ยิงลูกโทษ 1 ครั้ง สูงสุด 1 คะแนน
ข้อควรจำคือลูกโทษแต่ละครั้งนับแยกกันโดยสิ้นเชิง ยิงลงครั้งแรกแต่พลาดครั้งที่สอง ก็ได้ 1 คะแนน ไม่มีการหักลบใดๆ
ความแตกต่างระหว่างลูกโทษ การยิง 2 คะแนน และการยิง 3 คะแนน
บาสเกตบอลมีค่าคะแนนอยู่เพียง 3 ระดับ และแยกจากกันด้วยตำแหน่งการยิงกับสถานะของเกม
เปรียบเทียบตามค่าคะแนน
- ลูกโทษ = 1 คะแนน ยิงจากเส้นลูกโทษ ขณะนาฬิกาแข่งขันหยุด ไม่มีผู้เล่นฝ่ายรับป้องกัน
- ยิงในเขต 2 คะแนน = 2 คะแนน ยิงจากภายในเส้น 3 คะแนน ขณะเกมดำเนินอยู่
- ยิงนอกเส้น 3 คะแนน = 3 คะแนน เท้าทั้งสองต้องอยู่นอกเส้น 3 คะแนนก่อนลอยตัวยิง
ความต่างในเชิงกลยุทธ์
แม้ลูกโทษจะให้คะแนนน้อยที่สุดต่อครั้ง แต่เป็นการยิงที่มีเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จสูงที่สุด เพราะไม่มีแรงกดดันจากฝ่ายรับและระยะคงที่เสมอ ทีมที่ยิงลูกโทษแม่นจึงเปลี่ยนการถูกฟาวล์ให้กลายเป็นคะแนนต้นทุนต่ำได้
ในทางกลับกัน ทีมที่ยิงลูกโทษพลาดบ่อยมักเสียโอกาสสะสมทีละคะแนน ซึ่งกลายเป็นส่วนต่างที่ชี้ขาดในช่วงท้ายเกม
กติกาสำคัญเกี่ยวกับการยิงลูกโทษ
นอกจากเรื่องคะแนน ยังมีรายละเอียดที่ผู้เล่นมือใหม่มักพลาด และถ้าอยากเห็นภาพรวมของการนับคะแนนทั้งเกม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่อง กติกาบาสเกตบอล ซึ่งอธิบายกติกาพื้นฐานและวิธีนับคะแนนแบบเข้าใจง่ายไว้ครบถ้วน
เวลา 5 วินาทีในการยิง
ตามกติกา FIBA ผู้ยิงต้องปล่อยบอลภายใน 5 วินาทีนับจากที่กรรมการส่งบอลให้ (ในลีกอเมริกันบางระดับกำหนดไว้ที่ 10 วินาที) หากเกินเวลาถือเป็นการทำผิดระเบียบ ลูกโทษครั้งนั้นจะไม่นับคะแนน
การล้ำเข้าเขตก่อนบอลออกจากมือ
ผู้เล่นที่ยืนรออยู่สองข้างเขตยิงประตูห้ามเข้าเขตก่อนที่บอลจะออกจากมือผู้ยิง และตัวผู้ยิงเองห้ามเหยียบหรือข้ามเส้นลูกโทษก่อนปล่อยบอลเช่นกัน ผลของการล้ำเส้นขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นฝ่ายผิดและลูกลงห่วงหรือไม่ อาจเป็นการยิงใหม่ หรือเสียสิทธิ์ครองบอลให้อีกฝ่าย
บอลยังไม่ตายเสมอไปหลังลูกสุดท้าย
ในลูกโทษครั้งสุดท้าย ถ้ายิงไม่ลง บอลจะกลับมาเป็นบอลเล่นทันทีและทั้งสองทีมแย่งรีบาวด์ได้ตามปกติ จุดนี้เองที่ทำให้ทีมตามหลังช่วงท้ายเกมเลือกยิงลูกสุดท้ายให้กระดอนแรง ๆ เพื่อหวังเก็บรีบาวด์กลับมาทำคะแนนต่อ
สถิติและความสำคัญของลูกโทษต่อผลการแข่งขัน
ลูกโทษเป็นการทำคะแนนที่ดูเรียบง่าย แต่ตัวเลขบอกว่ามันสร้างความต่างได้จริง

อ้างอิง: Sanook
เปอร์เซ็นต์ลูกโทษในระดับอาชีพ
ผู้เล่นส่วนใหญ่ใน NBA ยิงลูกโทษลงประมาณ 70–80% ขณะที่นักยิงลูกโทษระดับตำนานทำได้สูงกว่านั้นชัดเจน สตีฟ แนช เกษียณด้วยเปอร์เซ็นต์ลูกโทษตลอดอาชีพ 90.4% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ NBA สำหรับผู้เล่นที่เลิกเล่นแล้ว
ส่วน ริค แบร์รี ผู้โด่งดังจากท่ายิงลูกโทษแบบใต้วง ทำได้ราว 90% ตลอดอาชีพในยุคของเขา และในกลุ่มผู้เล่นที่ยังลงสนาม สตีเฟ่น เคอร์รี่ ก็รักษาระดับเกิน 90% มาตลอดอาชีพเช่นกัน
ทำไมลูกโทษถึงตัดสินเกม
ช่องว่างระหว่างผู้ยิง 90% กับผู้ยิง 65% อยู่ที่ประมาณ 1 คะแนนต่อการยิง 4 ครั้ง ซึ่งฟังดูน้อย แต่ในเกมที่จบด้วยส่วนต่าง 1–3 คะแนน นั่นคือผลแพ้ชนะโดยตรง
เกมช่วงท้ายจึงมักเห็นทีมที่ตามหลังจงใจฟาวล์ผู้เล่นที่ยิงลูกโทษไม่แม่น เพื่อบังคับให้เกมตัดสินกันที่เส้นลูกโทษแทนการเล่นเกมรับปกติ กลยุทธ์นี้ใช้ได้เพราะทุกฝ่ายรู้ว่าคะแนนจากลูกโทษมีค่าเพียงครั้งละ 1 คะแนน แต่สะสมได้เร็วและแทบไม่เสียเวลาบนนาฬิกา
สรุป
คะแนนที่ได้จากการยิงลูกโทษแต่ละลูกมีค่า 1 คะแนนเสมอ สิ่งที่ทำให้ยอดรวมต่างกันคือจำนวนครั้งที่ได้ยิง ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าถูกฟาวล์ในจังหวะใด ยิงจากเขต 2 หรือ 3 คะแนน ลูกลงห่วงหรือไม่ และทีมคู่แข่งเข้าสถานะฟาวล์ครบโควตาแล้วหรือยัง
เมื่อจับหลักนี้ได้ การคิดคะแนนตามระหว่างดูเกมจะกลายเป็นเรื่องง่าย และสำหรับผู้เล่น การฝึกลูกโทษให้แม่นคือวิธีเพิ่มคะแนนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะเป็นการยิงเดียวในเกมที่ไม่มีใครมาป้องกันคุณได้









