MENU

กติกาบาสเกตบอล และการนับคะแนนแบบเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

กติกาบาสเกตบอล และการนับคะแนนแบบเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสนใจกีฬาบาสเกตบอล หนึ่งในสิ่งแรกที่ควรทำความเข้าใจคือ กติกาบาสเกตบอล และวิธี การนับคะแนนบาสเกตบอล เพราะเมื่อเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้แล้ว การดูเกมหรือลงเล่นจริงจะสนุกขึ้นมากทันที 

บทความนี้จะอธิบายทุกเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ให้ผู้อ่านทุกคนเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีพื้นฐานมาก่อน

อ้างอิง: Street Basketball  

目次

กติกาบาสเกตบอลเบื้องต้น 

กติกาบาสเกตบอล มาตรฐานสากลกำหนดโดยองค์กร FIBA และถูกนำไปปรับใช้ในลีกต่างๆ ทั่วโลก รวมถึง NBA ซึ่งมีรายละเอียดบางส่วนที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่โครงสร้างหลักยังคงเหมือนกันทุกระดับ

จำนวนผู้เล่นและรูปแบบการแข่งขัน

แต่ละทีมมีผู้เล่นในสนาม 5 คนในเวลาเดียวกัน และสามารถมีผู้เล่นสำรองนั่งรอเปลี่ยนตัวได้ การเปลี่ยนตัวทำได้ในช่วงที่เกมหยุดโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ทำให้โค้ชสามารถปรับกลยุทธ์ได้ตลอดเกม

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ควอเตอร์ ควอเตอร์ละ 10 นาทีตามกติกา FIBA หรือ 12 นาทีในระบบ NBA หากคะแนนเสมอกันเมื่อครบเวลา จะมีช่วงต่อเวลาพิเศษอีกครั้งละ 5 นาทีจนกว่าจะมีทีมนำ

การเริ่มเกมและการครองบอล

เกมเริ่มต้นด้วยการ Jump Ball หรือการโยนลูกกลางสนาม กรรมการโยนบอลขึ้นกลางอากาศแล้วให้ตัวแทนแต่ละทีมกระโดดแย่งกัน 

ทีมที่แย่งได้ก่อนจะเป็นฝ่ายครองบอลและเริ่มเล่นก่อน จากนั้นการครองบอลจะสลับกันในควอเตอร์ถัดไป

Traveling การเดินหรือวิ่งถือบอล

Traveling หรือที่แฟนบาสไทยมักเรียกว่า Walking คือการที่ผู้เล่นเคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยถือบอลโดยไม่เลี้ยง หรือก้าวเท้าเกินกว่าที่กติกากำหนดหลังจากหยุดเลี้ยงแล้ว ผู้เล่นที่ถือบอลอยู่และต้องการเคลื่อนที่จะต้องเดาะบอลกับพื้นตลอดเวลาขณะเดิน

โดยทั่วไป หลังหยุดเลี้ยงผู้เล่นจะก้าวได้ประมาณ 2 ก้าวก่อนต้องส่งหรือชู้ต หากเกินจากนั้นจะถูกจับ Traveling และเสียบอลให้ฝ่ายตรงข้าม

Double Dribble การเลี้ยงบอลผิดกติกา

Double Dribble หมายถึงการเลี้ยงบอลโดยใช้มือทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน หรือการหยุดเลี้ยงแล้วเริ่มเลี้ยงอีกครั้งโดยไม่ได้ส่งหรือชู้ตบอลไปก่อน สิ่งนี้ถือว่าผิด กติกาบาสเกตบอล และทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้ครองบอลแทน

สำหรับมือใหม่ Double Dribble มักเกิดขึ้นเพราะยังควบคุมการหยุดเลี้ยงไม่ดีพอ หรือตกใจเมื่อถูกป้องกัน การฝึกเลี้ยงบอลให้คล่องตั้งแต่ต้นจะช่วยลดโอกาสผิดกติกาข้อนี้ได้มาก

กติกาด้านเวลาที่ส่งผลต่อจังหวะเกม

นอกเหนือจากฟาวล์และการเลี้ยงบอล ยังมีกติกาด้านเวลาที่ส่งผลโดยตรงต่อจังหวะเกมและกลยุทธ์ของแต่ละทีม การรู้จักกติกาเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจการตัดสินใจของโค้ชและผู้เล่นได้ดีขึ้นมาก

Shot Clock กฎ 24 วินาที

Shot Clock คือกติกาที่กำหนดให้แต่ละทีมต้องยิงบอลให้ถูกห่วงภายใน 24 วินาทีหลังได้ครองบอล หากหมดเวลาแล้วยังไม่ได้ยิง บอลจะตกเป็นของฝ่ายตรงข้ามทันที 

กติกานี้ถูกนำมาใช้ใน NBA ตั้งแต่ปี 1954 เพื่อป้องกันไม่ให้ทีมที่นำสกอร์ถ่วงเวลาโดยไม่โจมตี

กฎ 8 วินาทีและ 3 วินาที

กฎ 8 วินาทีกำหนดให้ทีมที่ครองบอลต้องนำบอลข้ามแดนกลางสนามมายังฝั่งโจมตีภายใน 8 วินาที 

ส่วนกฎ 3 วินาทีห้ามผู้เล่นฝ่ายรุกยืนอยู่ในเขตใต้แป้นของฝ่ายตรงข้ามนานเกิน 3 วินาทีต่อเนื่อง หากทำผิดทั้ง 2 กรณี บอลจะตกเป็นของฝ่ายตรงข้าม

การนับคะแนนบาสเกตบอลแบบมาตรฐาน

อ้างอิง: GQ Thailand 

ตารางด้านล่างสรุป การนับคะแนนบาสเกตบอล ทั้ง 3 ประเภทไว้อย่างชัดเจน

ประเภทการยิงตำแหน่งคะแนนที่ได้
ยิงภายในเส้นสามแต้มระยะใกล้และกลาง2 คะแนน
ยิงนอกเส้นสามแต้มระยะไกลจากแป้น3 คะแนน
ยิงลูกโทษ (Free Throw)เส้นลูกโทษ1 คะแนน

กรณีที่ยิงลงห่วงแต่ไม่นับคะแนน

ตามกติกาบาสเกตบอล หากผู้เล่นยิงลงห่วงทีมตัวเองโดยตั้งใจจะไม่นับคะแนนและถือว่าผิดกติกา หากมีฟาวล์ก่อนปล่อยบอล คะแนนจะไม่ถูกนับและได้ลูกโทษแทน 

ส่วนกรณี Goaltending คือการไปแตะบอลขณะอยู่เหนือห่วง จะนับเป็นคะแนนให้ฝ่ายรุกทันที

การนับคะแนนในช่วงต่อเวลาพิเศษ

การนับคะแนนบาสเกตบอล ในช่วงต่อเวลาพิเศษยังคงใช้ระบบเดิมทุกประการ ทั้ง 2 คะแนน 3 คะแนน และลูกโทษ ความแตกต่างมีเพียงระยะเวลาที่สั้นลงเหลือ 5 นาทีต่อรอบ 

และทีมใดที่นำสกอร์เมื่อหมดเวลาจะเป็นผู้ชนะ หากยังเสมออยู่ก็จะต่อเวลาเพิ่มไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีผู้ชนะ

ลูกโทษและเงื่อนไขการได้รับสิทธิ์ยิง

ลูกโทษ (Free Throw) คือการยิงจากเส้นโทษเมื่อผู้เล่นถูกฟาวล์ขณะชู้ต โดยไม่มีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามขัดขวาง จำนวนลูกโทษที่ได้รับขึ้นอยู่กับว่าถูกฟาวล์ขณะยิงในโซนไหน

ถ้าถูกฟาวล์ในเขต 2 คะแนนและไม่ลงห่วง ได้ 2 ครั้ง, ถ้าลงห่วงแล้วได้คะแนนพร้อมอีก 1 ครั้ง, และถ้าถูกฟาวล์ขณะยิง 3 แต้มและไม่ลง ได้ 3 ครั้ง

ประเภทของฟาวล์

ฟาวล์เป็นส่วนสำคัญของ กติกาบาสเกตบอล ที่กำหนดขอบเขตการสัมผัสร่างกายระหว่างผู้เล่น โดยแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะของการกระทำ ซึ่งแต่ละประเภทมีบทลงโทษต่างกัน

Personal Foul ฟาวล์พื้นฐานที่พบบ่อยที่สุด

Personal Foul คือฟาวล์ส่วนตัวที่เกิดจากการปะทะร่างกายกับคู่แข่ง เช่น ตีแขน ผลัก หรือเกาะตัว ผู้เล่นจะถูกจำกัดฟาวล์ได้ประมาณ 5 ครั้ง (FIBA) หรือ 6 ครั้ง (NBA) ก่อนถูกไล่ออก

หากทีมทำฟาวล์รวมเกินกำหนดในแต่ละควอเตอร์ ฝ่ายตรงข้ามจะได้ยิงลูกโทษ แม้จะไม่ได้เกิดขณะชู้ตก็ตาม

Technical Foul และ Flagrant Foul

Technical Foul คือฟาวล์จากพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น โต้เถียงกรรมการหรือใช้คำพูดไม่สุภาพ โทษคือฝ่ายตรงข้ามได้ 1 ลูกโทษและครองบอลต่อ

Flagrant Foul คือฟาวล์รุนแรงที่อาจทำให้บาดเจ็บ แบ่งเป็น 2 ระดับ โดยระดับ 2 จะถูกไล่ออกจากเกมทันที และฝ่ายตรงข้ามได้ 2 ลูกโทษพร้อมครองบอล

อ้างอิง: meephorn

บทสรุป

กติกาบาสเกตบอลและการนับคะแนนไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนคิด หากค่อย ๆ ทำความเข้าใจเป็นส่วนๆ 

ตั้งแต่จำนวนผู้เล่น วิธีทำคะแนน รูปแบบฟาวล์ ไปจนถึงกฎเกี่ยวกับเวลา ซึ่งทั้งหมดถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้การแข่งขันมีความยุติธรรมและสนุกสำหรับทุกทีม 

เมื่อเข้าใจกติกาชัดเจนมากขึ้น ก็จะช่วยให้ทั้งการชมและการเล่นบาสเกตบอลสนุกและเข้าใจเกมได้ดียิ่งขึ้นในทุกระดับการแข่งขัน 

よかったらシェアしてね!
  • URLをコピーしました!
  • URLをコピーしました!

この記事を書いた人

目次